มีคนรู้ใจแล้วค่ะ คนนั้นคือ ‘ตัวฉัน’ Self-partnered ความสัมพันธ์แบบที่มีตัวเองเป็นคนรักและคนรู้ใจ
ปี 2024 ที่กำลังจะย่างก้าวเข้าปี 2025 แบบนี้ เราทุกคนควรจะเข้าใจกันอย่างเป็นปกติว่า ‘การเป็นคนโสด’ เป็นสิ่งที่ ‘เลือกได้’ ไม่ได้ผิดแปลก
ถ้าการซื้อหนังสือแล้วไม่อ่านเป็นกีฬา
ฉันคงเป็นคนที่ได้เหรียญทองมากที่สุด🥇📚
ไหนๆ ก็เข้าสู่เดือนตุลาคมที่เหล่าหนอนหนังสืออย่างเรารอคอย เพราะว่างานงานมหกรรมหนังสือระดับชาติเวียนวนกลับมาอีกครั้ง!
ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจลิสต์รายชื่อหนังสือที่ต้องการ เพื่อบุกงานหนังสือฯ เติมสต๊อกหนังสือใหม่เข้ากองดอง แต่เมื่อหันกลับมามอง เฮ้ย ที่ซื้อมาก่อนยังไม่ได้อ่าน
หากคุณเป็นอีกคนที่เข้าวงการ ‘เน้นซื้อ ไม่เน้นอ่าน’ แสดงว่าคุณอาจเป็นอีกคนที่มีพฤติกรรมที่เรียกว่า ‘ซึนโดคุ’ (Tsundoku) ซึ่งมาจากคำว่า tsunde-oku (ซึนเดะ-โอคุ) ที่หมายถึงพฤติกรรมการซื้อของมาก่อน แล้วใช้ที่หลัง กับคำว่า dokusho (โดคุโช) ที่แปลว่า การอ่าน ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว Tsundoku จึงหมายถึง การซื้อหนังสือเป็นจำนวนมาก และเก็บไว้โดยตั้งใจว่าจะอ่าน แต่ยังไม่ได้อ่าน
ตามคำบอกเล่าของ ศาสตราจารย์แอนดรูว์ เกิร์สเทิล เล่าว่า จริงๆ แล้วคำว่า Tsundoku ปรากฏครั้งแรกในปี 1879 โดยมีความหมายเชิงเสียดสีเกี่ยวกับครูหรืออาจารย์ที่มีหนังสือมากมาย แต่กลับไม่ยอมอ่าน พูดง่ายๆ คือ การซื้อหนังสือและวางไว้เฉยๆ โดยยังไม่ได้อ่าน แม้ความหมายจะฟังดูเชิงลบ ทว่า ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับคำนี้
ในฝั่งฟากโลกตะวันตกยังมีอีกหนึ่งคำที่ให้ความหมายใกล้เคียงกัน นั่นคือ ‘Bibliomania’ ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกพฤติกรรมความหลงใหลการสะสมหนังสือ มีความสุขกับการได้ครอบครองหนังสือเล่มใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหายาก หนังสือเก่าหรือหนังสือที่เกี่ยวกับความสนใจของตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นการซื้อเพื่อสะสม โดยไม่มีความตั้งใจที่จะอ่านตั้งแต่แรก
ในมุมของจิตวิทยา มนุษย์ทุกคนต่างมีนิสัยชอบสะสมหรือหวงแหนบางสิ่งบางตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น แสตมป์ มือถือเก่าที่ใช้งานไม่ได้แล้ว หรือหนังสือ เมื่อมาถึงจุดที่คุณเติบโตและมีกำลังทรัพย์มากพอ มีของสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ตามมาคือ การสร้างมุมโปรดในบ้าน และทำให้มุมนั้นเป็น Safe Zone ทางใจ ดังนั้น หนังสือทุกเล่มจึงเป็นดั่งขุมทรัพย์อันล้ำค่า หนังสือแต่ละเล่มได้มาจากการลงทุนลงแรงและมีที่มาที่ไป ทำให้การซื้อหนังสือกลายเป็นงานอดิเรกที่มีคุณค่าทางใจอย่างหนึ่ง
นอกจากนี้ การสะสมหนังสือยังช่วยเพิ่มความสุขและลดความเครียดได้ เพราะช่วยให้คุณมีจุดโฟกัสที่ช่วยผ่อนคลายจากความเครียดในชีวิตประจำวัน เช่น ในวันเหนื่อยๆ แค่ได้นั่งมองชั้นวางที่เต็มไปด้วยหนังสือก็สร้างความพึงพอใจสายตา รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเติบโต และมีสิ่งที่รอให้เรียนรู้อยู่มากมายในอนาคต แม้จะยังไม่ได้อ่านก็ตาม
อย่างไรก็ดี พฤติกรรม ‘เน้นซื้อ ไม่เน้นอ่าน’ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคุณ แต่เกิดขึ้นกับเหล่านักอ่านทั่วโลก ส่วนหนึ่งมาจากภาระงาน ความรับผิดชอบ และความเครียดที่เพิ่มมากขึ้นตามการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน การดูแลครอบครัว หรือแม้แต่การท่องโลกโซเชียล เล่นเกม ดูซีรีส์ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้เรามีเวลาในการอ่านน้อยลง
ซึ่งอันที่จริงแล้วนั้นไม่ว่าจะการอ่านหรือการสะสมหนังสือเป็นเรื่องที่ดีทั้งคู่ แต่การสะสมหนังสือโดยไม่ได้อ่านอาจกลายเป็นปัญหาได้ ซึ่งการจัดการกับซึนโดคุนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนจากนักสะสมหนังสือให้กลายเป็นนักอ่านตัวยงได้แล้ว โดยอาจเริ่มจากวิธีง่ายๆ ดังนี้
อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้บอกให้คุณเลิกซื้อหนังสือ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการอ่านให้เกิดประโยชน์สูงสุด การตั้งเป้าหมาย การจัดระเบียบ และการเลือกวิธีการอ่านที่เหมาะสม จะช่วยให้เราสามารถเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่ได้เช่นเดียวกัน
และขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านและเลือกซื้อหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือที่จะมาถึงกันนะคะ
Writer | เพ็ญทิพา ทองคำเภา
Illustrator | Arunnoon
ปี 2024 ที่กำลังจะย่างก้าวเข้าปี 2025 แบบนี้ เราทุกคนควรจะเข้าใจกันอย่างเป็นปกติว่า ‘การเป็นคนโสด’ เป็นสิ่งที่ ‘เลือกได้’ ไม่ได้ผิดแปลก
เขาว่ากันว่าช่วงตอนเช้าเป็นเวลาที่หัวสมองแล่นที่สุด คุณเห็นด้วยกับคำกล่าวข้างต้นนี้หรือไม่?
กระแสธารและกาลเวลาที่ผันผ่าน และปัจจุบันขณะที่เราลงมือสรรค์สร้างได้อย่างมั่นคงด้วยตัวเอง